จับหนุ่มหนองคายตกงาน งัดร้านขายมือถือหน้าห้างดังกลางเมืองอุดรฯ

จับหนุ่มหนองคายตกงาน งัดร้านขายมือถือหน้าห้างดังกลางเมืองอุดรฯ

98
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 5 สิงหาคม 58 เวลา08.30 น.พ.ต.ต. ศัลย์ พินิจวัฒนา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ควบคุมตัว นายสุริยาหรือปุ๊ ภูชุม อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 150 ม.4 ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย พร้อมของกลางกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล 1 ใบ ข้างในมีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน จำนวน 4 เครื่อง และอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ 3 ชุด

หลังก่อเหตุบุกเดี่ยวงัดร้านขายโทรศัพท์มือถือบริเวณหน้าห้างบิ๊กซีซุปเปอร์สโตร์ สาขาอุดรธานี ถ.นิตโย ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี ช่วงกลางดึกวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยใช้มีดที่ทำมาจากตะไบเหล็กปลายแหลมกรีด แผ่นไวนิล บริเวณข้างประตูร้านโจโจ้ โมบาย เข้าไปใช้กุญแจผีเปิดประตูเหล็กเก็บสินค้าภายในร้าน ขโมยเอาสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์กว่า 20 เครื่อง มูลค่ากว่าครึ่งแสน

หลังจากนั้นไปลงมืองัดร้านขายมือถือที่ อยู่บริเวณเดียวกันอีก 2 ร้าน แต่ไม่สามารถเอากุญแจผีเปิดตู้เก็บสินค้าได้ เนื่องจากเจ้าของร้านใช้กุญแจนิรภัยเกรดเอ ก่อนหลบหนีพร้อมของกลาง ไปกบดานที่บ้านเกิดในตัวเมืองหนองคาย หลังก่อเหตุได้เพียง 3 วัน ตำรวจออกสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ขณะเดินตระเวนนำโทรศัพท์มือถือที่โจรกรรมมาไปเร่ขาย ได้เงินมานำไปเที่ยวเตร่ ซื้อเหล้าขาวมาดื่ม และสารระเหยมาสูดดม

โดยได้ควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องหาได้สำนึกผิดและได้ยกมือไหว้ ผู้เสียหาย นายภาณุพงค์ บุญสงค์ อายุ 41 ปี ชาว อ.เมืองสกลนคร เจ้าของร้านโจโจ้ โมบาย โดยผู้เสียหายได้รับไหว้ตอบพร้อมกับให้อภัย แต่ด้านกฎหมายก็ขอให้เป็นไปตามกรรมที่ก่อ และขอชื่นชมตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ที่ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว

นายสุริยา หรือปุ๊ ภูชุม ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุงัดร้านโจโจ้ โมบาย บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี จริง หลังเดินทางกลับมาจาก กทม. ช่วงหยุดยาวเทศกาลวันเข้าพรรษา และตกงาน หวังกลับมาเยี่ยมภรรยาและลูกที่บ้านแม่ยาย ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี เพื่อขอขมาแม่ยาย เพราะเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ตนนำรถจักรยานยนต์ของแม่ยาย ไปขายให้เพื่อนชาวลาวในราคา 15,000 บาท นำไปเที่ยวเตร่ ดื่มกิน สูดดมสารเหยจนเงินหมด ก่อนหลบหนีไปทำงานที่ กทม. ซึ่งแม่ยายไม่ได้มาแจ้งเอาเรื่อง แต่ไม่ยอมให้อภัยตน และไม่อนุญาตให้เข้าบ้านอีก ภรรยาตนจึงขับรถจักรยานยนต์มาส่งที่ บขส.แห่งที่ 1 เพื่อเดินทางกลับบ้านเกิด

ในระหว่างทางตนจึงใช้อุบายให้ภรรยาจอดรถจักรยานยนต์รอที่หน้าห้างบิ๊กซี ก่อนบอกภรรยาว่าจะเข้าไปทำธุระส่วนตัวในบริเวณห้างดังกล่าว โดยภรรยาไม่รู้เรื่องราวที่ตนได้ก่อเหตุแต่อย่างใด หลังจากนั้นตนได้นั่งรถโดยสารประจำทางกลับบ้านที่ จ.หนองคาย แต่ไม่ยอมเข้าบ้านพัก โดยจะไปพักอาศัยอยู่ตามบ้านเพื่อน แล้วเดินตระเวนนำโทรศัพท์มือถือที่ขโมยมาไปขายให้กับชาวลาวตามบริเวณ บขส.และสะพานมิตรภาพไทยลาว จนมาถูกจับกุมไว้ได้ดังกล่าว

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ เข้าทางช่องทางซึ่งไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจร” แล้วควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ

นำเสนอข่าวโดยLOGO-NEWS1

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม