โรงเรียนบ้านท่าตูมดงสระพัง จ.อุดรฯ สร้างจิตรสำนึกให้แก่นักเรียนยึดวิถีชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง

โรงเรียนบ้านท่าตูมดงสระพัง จ.อุดรฯ สร้างจิตรสำนึกให้แก่นักเรียนยึดวิถีชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง

115
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

โรงเรียนบ้านท่าตูมดงสระพัง จ.อุดรฯ สร้างจิตรสำนึกให้แก่นักเรียนยึดวิถีชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงไก่

วันที่29 ธันวาคม 59 เวลา09.00 น. ที่โรงเรียนบ้านท่าตูมดงสระพัง ตำบลนาข่า อ.เมืองอุดรธานี นายบุญเพิ่ม นามภูมี อายุ57ปี ผอ.โรงเรียนบ้านท่าตูมดงสระพัง ได้ทำการตีระฆัง เป็นการส่งสัญญาณ ให้นักเรียน ที่ดูแลโครงการ เกษตรอินทร์ วิถีชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำริ ชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย ให้ยึดเอาเศรษฐกิจพอเพียง มาเข้าแถว

โดยโรงเรียนโรงเรียนบ้านท่าตูมดงสระพัง ได้นำเอาเศรษฐกิจพอเพียง ไปใช้ในการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน รู้ถึงคุณค่าของชีวิตและเรียนรู้ ยึดตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ในการดำรงชีวิตแบบพอเพียง จึงได้ทำโครงการ ปลูกผักปลอดสารพิษ ตาม โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ขึ้นมา หลังจากเคารพธงชาติเสร็จ จะให้นักเรียนระดับชั้น ป.4- ป.5 มาทำกิจกรรมร่วมกัน ทำการรดน้ำและพรวน ดิน ถอนวัชพืช ที่แปลงผักคะน้าเห็ดหอม และผักสลัด จำนวน 26 แปลงผัก และให้อาหารไก่

นายบุญเพิ่ม นามภูมี อายุ57ปี ผอ.โรงเรียนบ้านท่าตูมดงสระพัง เปิดเผยว่า โรงเรียนสอนระดับชั้นตั้งแต่อนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่6 มีเด็กนักเรียนจำนวน147 คน อาจารย์ จำนวน10 คน ครูอัตราจ้างจำนวน3คน มีพื้นที่จำนวน8ไร่ โดยได้แบ่งพื้นที่ทำการเกษตรปลูกผักปลอดสารพิษ และเลี้ยงไก่ จำนวน2 งาน ในกิจกรรมการเรียนการสอน โดยให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี มุ่งให้นักเรียนได้เสริมสร้างทักษะชีวิต ในการปลูกพืชผักตามฤดูกาล

โดยในช่วงนี้ได้ทำการปลูกผักผักคะน้าเห็ดหอม และผักสลัด ใช้ระยะในการปลูก45 วัน ผลผลิตที่ได้ จะนำไปสู่เข้าโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ส่วนหนึ่งให้นักเรียนที่รับผิดชอบโครงการนี้จำนวน51 คน นำผักลับไปประกอบอาหารที่บ้านคนละครึ่งกิโลกรัม ส่วนที่เหลือก็นำไปจำหน่ายให้แก่ชาวบ้าน ในชุมชน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน ในการปลูกผักครั้งต่อไปแบบยั่งยืน

ส่วนการเลี้ยงสัตว์ ได้ดำเนินการเลี้ยงไก่ไข่ นำไปเป็นอาหารกลางวันและนำไปจำหน่ายด้วย สัปดาห์หนึ่งนักเรียนจะได้รับประทานไข่ จำนวน3 วัน ซึ่งมูลไก่จะนำไปใส่ผักที่ปลูกเป็นปุ๋ยอย่างดี และยังบรรจุใส่ถุงขายถุงละ50 บาท ส่วนเศษผักหรือผักเหี่ยว นำกลับมาเป็นอาหารไก่ได้ด้วย ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนในการปฏิบัติจริง ถือว่าเป็นการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลาเรียนรู้ ทำให้ได้ใจของนักเรียน เพราะเขารักและชอบที่จะทำด้วยแบบมีความสุข สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น คือมีความมานะ อดทน และความรับผิดชอบจะเกิดติดตัวไปตลอด ทำให้ภาคภูมิใจ ในสิ่งที่เขาได้ทำ ทำให้ผู้ปกครองก็พึงพอใจว่าลูกหลานของตนเองได้ผลผลิตกลับไปบ้านดังกล่าว

ด.ญ.เสาวลักษณ์ สุวรไตร อายุ12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 กล่าวว่า ได้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกผักและเลี้ยงไก่ สอนให้เรารู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ซึ่งในตอนนี้ได้ความรู้มาจากโรงเรียน ไปปลูกและเลี้ยงไก่ เองอยู่ที่บ้าน ทำให้ช่วยผู้ปกครองลดค่าจ่าย ในครัวเรือน และตนยังมีเงินเก็บที่นำผักและไข่ไก่ไปขาย เพื่อเป็นทุนศึกษา ในอนาคตต่อไป

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม