สคบ.ลงพื้นที่ตรวจเต็นท์รถมือสองเมือง อุดรธานี พบไม่ติดฉลากป้ายสินค้า

สคบ.ลงพื้นที่ตรวจเต็นท์รถมือสองเมือง อุดรธานี พบไม่ติดฉลากป้ายสินค้า

250
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

สคบ.ลงพื้นที่ตรวจเต็นท์รถมือสองเมือง อุดรธานี พบไม่ติดฉลากป้ายสินค้าและข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับรถ ชงเรื่องเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด

วันที่ 10 เม.ย. 60 เวลา10.00 น. นายประทีป เจริญกัลป์ ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภค ด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สคบ.จากส่วนกลาง และในพื้นที่ ,เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี ,ทหารมทบ.24 ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมเข้าตรวจเต็นท์รถยนต์มือสอง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เข้าทำการสุ่มตรวจ ว่า มีการดำเนินการตามที่ สคบ.เคยเรียกประชุมผู้ประกอบการไปก่อนนี้ ใน เรื่องของการติดฉลากแสดงรายละเอียดของสินค้ารถยนต์มือสองหรือไม่

นายประทีป เจริญกัลป์ เปิดเผยว่า เต็นท์รถมือสอง เป็นธุรกิจควบคุมฉลากตามกฎหมายที่ต้องติดฉลากให้ถูกต้อง ป้องกันไม่ให้มีการหลอกลวงผู้บริโภค เนื่องจากที่ผ่านมาธุรกิจรถยนต์มือสอง มีการนำรถที่ไม่ดีมาย้อมแมวขายให้แก่ผู้บริโภค จึงต้องมีการควบคุมทำฉลากให้ติดที่หน้ารถยนต์คันที่จะขายทุกคัน ที่ต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วนเกี่ยวกับตัวรถทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่ทะเบียน ยี่ห้อ สี เครื่องยนต์ เลขเครื่อง เลขตัวถัง ประวัติของรถ และเจ้าของ รวมทั้งต้องมีเลขไมล์ของระยะทางที่รถคันนั้นที่นำมาขายวิ่งไปแล้วเท่าไรด้วย


โดยก่อนหน้านี้มีการนำรถมากลับเลขไมล์นำมาขาย เพื่อให้ดูว่ารถวิ่งใช้งานมาน้อย จึงต้องบังคับให้ใส่เลขไมล์ที่ถูกต้อง และกรณีลำดับเจ้าของ เช่น เราจะซื้อรถ หากสมุดคู่มือผ่านเจ้าของมาแล้วหลายคน เราก็ไม่อยากจะซื้อ เพราะดูว่าผ่านใช้งานมาหลายราย เราก็ไม่อยากจะซื้อ รวมทั้งรถเคยประสบอุบัติเหตุก็ต้องลงรายละเอียดให้ผู้จะมาซื้อได้รับทราบด้วย และกรณีน้ำท่วมก็ต้องลงรายละเอียดว่า รถเคยถูกน้ำท่วมอยู่ที่ระดับไหน ทุกอย่างต้องระบุในรายละเอียดของฉลากให้ครบและชัดเจน

ทั้งนี้เราก็จะดูเรื่องของประกาศของสัญญากำหนดว่าใบเสร็จรับเงิน ต้องออกตามรายละเอียดของรถที่ครบถ้วน อย่างน้อยเพื่อเป็นใบหลักประกันให้ผู้บริโภคว่า เมื่อซื้อรถไปแล้ว แต่ไม่เป็นไปตามที่ประกาศโฆษณาไว้ สามารถต่อรองขอคืนรถ หรือให้มีการชดใช้ค่าเสียหายกับทางผู้บริโภคที่ซื้อรถไปแล้วได้ด้วย
สำหรับในการพื้นที่ในการสุ่มตรวจก็ยังพบว่ามีเต็นท์รถยนต์มือสองบางราย ที่ไม่ติดฉลากแสดงรายละเอียดของสินค้าไว้ให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน และไม่มีการลงรายละเอียดต่างๆ ของสินค้า เช่น เลขไมล์ ลำดับเจ้าของรถ ที่มาที่ไปของรถยนต์ แต่ก็มีหลายเต็นท์ ได้มีการดำเนินการอย่างถูกต้อง

หลังจากนี้ สคบ.จะทำเรื่องเสนอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าจะดำเนินการอย่างไร หากมีการกระทำผิด ก็จะมีบทลงโทษทั้งปรับและจำคุก โดยกรณีที่ไม่ใส่รายละเอียดในฉลากแสดง ให้ผู้บริโภค ที่จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งหากผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับ จะสามารถยุติคดีได้ตามกฎหมายของ สคบ. หากไม่ยอมเนื่องจากอัตราโทษปรับสูง ก็จะเข้าสู่กระบวนการของตำรวจ และไปสิ้นสุดในชั้นศาล ดังกล่าว

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม