จับหนุ่มบึงกาฬรับจ้างขนกัญชา 297 กก.อ้างหาเงินแต่งเมีย

จับหนุ่มบึงกาฬรับจ้างขนกัญชา 297 กก.อ้างหาเงินแต่งเมีย

377
แบ่งปัน

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม

วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมกองกำกับการตำรวจตะเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี นายณรงค์ พลละเอียด รอง ผวจ.อุดรธานี รักษาราชการแทน ผวจ.อุดรธานี พลตรี กฤต ผิวเงิน ผบ.กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, พ.ต.อ.สมบัติ บุญโสภา ผกก.ตชด.24 ,พ.อ.ประสิทธิ์ ทิศาวงศ์ เสธ.กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ,พ.ต.อ.วิธ มุทสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายพงพันธ์ วาละสุด อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 หมู่ 5 บ้านโนนสา ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
พร้อมของกลาง กัญชาแห้งอัดแท่ง 297 กิโลกรัม รถยนต์เก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ศม 8092 กรุงเทพมหานคร แจ้งข้อหา “ มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” โดยจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนอุดรธานี –หนองบัวลำภู ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี
นายณรงค์ พลละเอียด รอง ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า พ.ต.อ.สมบัติ บุญโสภา ผกก.ตชด.24 ได้รับรายงานจาก ร.ต.อ.เทิดศักดิ์ โคตรศรีวงศ์ หน.ชุด ชปข.กก.ตชด.24 ว่ามีการลักลอบซื้อขายกัญชาประมาณ 300 กิโลกรัม จากผู้ค้าใน จ.บึงกาฬ และนัดหมายส่งมอบกัญชาภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านนาดี ถนนอุดรธานี –หนองบัวลำภู ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสานกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี วางแผนเข้าจับกุม และดักซุ่มบริเวณดังกล่าว
จนกระทั่งถึงนัดหมาย พบชายทราบชื่อภายหลังว่านายพงพันธุ์ ขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ศม 8092 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตามที่ได้รับรายงานมาจอดภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. แล้วเดินลงมาจากรถ เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม นายพงพันธุ์ ถึงกับแสดงอาการตกใจ หน้าซีด เข่าอ่อนทรุดลงนั่ง จากการตรวจค้นกัญชาแห้งอัดแท่ง บรรจุกระสอบปุ๋ย วางอยู่เบาะหลัง 2 กระสอบ อยู่กระโปรงท้ายรถ 3 กระสอบ รวมเป็นกัญชาแห้งอัดแท่ง 297 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวไปสอบสวน
ในขณะตำรวจควบคุมตัวพร้อมของกลางขึ้นรถไป ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ นายพงพันธ์ ได้ออกอุบายว่าปวดปัสสาวะขอเข้าห้องน้ำ ตำรวจจึงเลี้ยวเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพียว ถนนอุดรธานี –หนองบัวลำภู บ้านหนองเก็บชี ต.นาดี เพื่อให้เข้าห้องน้ำ แต่นายพงพันธ์ ถือโอกาสที่ตำรวจเผลอ วิ่งหลบหนีลงทุ่งนา เข้าไปหลบซ่อนตัวในป่าละเมาะ แต่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมมาได้
จากการสอบสวนนายพงพันธ์ วาละสุด ให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพทำสวนยางพาราประมาณ 50 ไร่ และกำลังจะแต่งงานหลังออกพรรษานี้ ซึ่งต่อมาได้มีเพื่อนบ้านชื่อนายเนตร นายเซียง นายตี๋ และนางส้ม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ได้มาว่าจ้างให้ขับรถเก๋งไปส่งกัญชาให้ลูกค้าที่ จ.อุดรธานี โดยตนจะได้ค่าจ้าง 110,000 บาท ตนได้ตอบตกลงเพราะต้องการเงินเป็นค่าสินสอด 3 หมื่นบาท กับทองคำหนัก 1 บาท ตนได้ขับรถมาจาก จ.บึงกาฬ โดยมีผู้ว่าจ้างทั้ง 4 คน ขับรถกระบะนำหน้าดูด่านตรวจมาตลอดทาง จนถึงปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่นัดหมายกับลูกค้า แต่ทั้ง 4 คน ได้โทรศัพท์บอกตนว่า หลังรับเงินค่ากัญชา 1.2 ล้านบาทและส่งกัญชาให้ลูกค้า ให้กลับไปพบกันที่ จ.บึงกาฬ รับเงินค่าจ้าง แต่ตนมาถูกตำรวจจับก่อน
พ.ต.อ.สมบัติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนทราบว่ากลุ่มดังกล่าว ลักลอบค้ากัญชาซึ่งสั่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านมานานแล้ว และติดตามแกะรอยมาตลอด จนทราบว่ามีการนัดหมายส่งกัญชาให้ลูกค้าภายใน จ.อุดรธานี โดยผู้ว่าจ้างได้ขับรถกระบะดูเส้นทางมาตลอด และมีรถเก๋งปิดท้ายจาก จ.บึงกาฬ- อุดรธานี ทั้งหมดจะโทรศัพท์ประสานงานกัน แต่หลังจากตำรวจจับนายพงพันธุ์พร้อมของกลาง ผู้ว่าจ้างทั้ง 4 คนก็ปิดโทรศัพท์ ซึ่งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในปั๊มน้ำมัน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด
ส่วนมูลค่ากัญชาส่งจากประเทศเพื่อนบ้าน กก.ละ 4,000 บาท นำมาขายใน จ.อุดรธานี กก.ละ 10,000 บาท แต่ถ้าลงไปถึงกรุงเทพฯ หรือภาคใต้จะมีราคา กก.ละ 30,000 บาท รวมมูลค่ากัญชาที่จับกุมได้ในครั้งนี้กว่า 3 ล้านบาท

เบิ่งข่าวเมืองอุดร

แชร์แบ่งปันให้เพื่อนชม